เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยได้จัดปัญหา “เด็กเกิดใหม่น้อย” เป็นวาระแห่งชาติ เพราะส่งผลกระทบโดยตรงกับโครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ภาวะมีบุตรยาก โดยอัตราการเจริญพันธุ์รวมหรือจำนวนเด็กเกิดรอดเฉลี่ยต่อผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์มีเพียง 1.24 เท่านั้น (จากปกติ 1.6) อย่างไรก็ตามถ้าหากอัตราเด็กไทยเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่องและผู้หญิงไทยมีบุตรยากอย่างนี้ต่อไป จะทำให้ประชากรของประเทศใน 10 – 20 ปีข้างหน้าอาจจะลดลงครึ่งหนึ่ง

ปัญหามีบุตรยากเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

            นอกจากนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงานสถานการณ์ประชากรไทยว่า ในปี 2552 คู่สมรสที่มีบุตรยาก (คู่สมรสที่อยู่ด้วยกัน มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ 2-3ครั้ง/สัปดาห์ขึ้นไป แต่ไม่ตั้งครรภ์ภายใน 1 ปี) คิดเป็น 11% แต่ได้เพิ่มขึ้นเป็น 15.4% ในปี 2558

ทำไมคนไทยถึงมีบุตรยาก

            สาเหตุที่แท้จริงนั้นยังไม่มีสถิติที่ชัดเจนออกมายืนยัน แต่จากการวิเคราะห์ของหลายคนพบว่า เป็นเพราะสภาพสังคมที่เปิดกว้าง ผู้คนมีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ขณะเดียวกันคนอยากมีลูกนั้นยังมีอยู่แต่ไม่ได้อยากมีคู่สมรส ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนัก ทำให้คนส่วนใหญ่พร้อมมีลูกกันในช่วงวัย 30 ปลาย ๆ ไปแล้ว ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มช้าไปสำหรับการตั้งครรภ์ และอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ ข้อจำกัดในการรับคำปรึกษาเพื่อรักษาภาวะมีบุตรยาก

                ซึ่งจากการศึกษาประสบการณ์ของผู้หญิงที่มีภาวะมีบุตรยาก ปี 2564 สามารถสรุปได้ว่า ภาวะมีบุตรยากส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้หญิง ทำให้เกิดประสบการณ์ในด้านลบ เกิดความยากลำบาก และทุกข์ทรมานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่การวินิจฉัย เริ่มเข้าสู่กระบวนการรักษา ตลอดจนสิ้นสุดกระบวนการรักษาจากหลายสาเหตุ เช่น เข้าไม่ถึงการรับคำปรึกษา เพราะสถาบันของภาครัฐมีน้อย และสถาบันของภาคเอกชนบางแห่งมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป บุคลากรทางการแพทย์มุ่งเน้นแต่การรักษา แต่ไม่เข้าใจสภาพจิตใจของผู้มีบุตรยากอย่างแท้จริง จนทำให้การรักษาไม่ประสบผลสำเร็จ เป็นต้น 

“มีบุตรยาก” แก้ได้ถ้าเลือกถูก

            จากปัญหาทั้งหมดที่ได้กล่าวไป สามารถสรุปออกมาสั้น ๆ ได้ว่า ปัญหาการมีบุตรยากแม้จะเป็นวาระแห่งชาติ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เกินจะแก้ไข ถ้าผู้พบเจอเหตุการณ์และครอบครัวเลือกสถาบันทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์ปัญหาได้มากที่สุด อาทิ เลือกสถาบันที่ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากโดยเฉพาะ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งทางด้านร่างกายและสภาพจิตใจของผู้เข้ารับการรักษา มีบริการรักษาและแพ็คเกจค่าใช้จ่ายที่หลากหลาย เพื่อคนทุกช่วงวัยที่พร้อมมีบุตร เช่น วิธีการเก็บแช่แข็งเซลล์ไข่ในผู้หญิงอายุเยอะแต่ยังไม่แต่งงาน ที่เจาะเก็บไข่ออกมาทำการแช่แข็งไข่เอาไว้ก่อนได้ และเมื่อต้องการมีบุตรก็ละลายไข่ออกมาปฏิสนธิกับอสุจิ เพาะเลี้ยงเป็นตัวอ่อน แล้วใส่ตัวอ่อนกลับเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อติดตามผลการตั้งครรภ์ต่อไป ฯลฯ รวมถึงมีบริการให้คำปรึกษาฟรี อย่างที่ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากเจตนิน ที่พร้อมช่วยเหลือทุกครอบครัวมานานกว่า 25 ปีแล้ว

รู้ไว้ใช่ว่าก่อนเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยาก

            อย่างไรก็ตาม หากก่อนที่จะเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญแล้วเกิดอยากลองวิธีการทางธรรมชาติอีกสักครั้ง ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากเจตนินได้ให้คำแนะนำไว้ว่า การมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอนั้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์มากขึ้นได้ แต่ในกรณีที่ผู้ชายมีการหลั่งอสุจิบ่อยเกินไป อาจทำให้มีอสุจิไม่พอในวันไข่ตก ดังนั้นควรคำนวณวันไข่ตกและงดหลั่งประมาณ 2-3 วัน ก่อนมีเพศสัมพันธ์ในวันไข่ตก เพื่อให้ร่างกายได้สร้างอสุจิอย่างพอเพียง

ติดต่อศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากเจตนิน โทร 02 – 655 – 5300 หรืออีเมล info@jetanin.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Explore More

รู้ข้อดี ข้อเสียก่อนทำวีเนียร์

วีเนียร์ 

ในปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับฟัน ไม่ว่าจะฟันเหลือง ฟันบิ่น ฟันไม่เรียบก็สามารถจัดการด้วยการทำวีเนียร์ ซึ่งเป็นการตกแต่งฟันด้วยการกรอเอาผิวฟันออกเล็กน้อย และปิดทับด้วยวัสดุเซรามิก ตกแต่งให้ฟันแข็งแรง ได้รูปสวยอย่างที่ต้องการ โดยทั่วไปแล้วการทำวีเนียร์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ  ข้อดีของการทำวีเนียร์  ข้อเสียของการทำวีเนียร์  ใครที่กำลังสนใจที่จะทำวีเนียร์ แนะนำให้ไปปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกวีเนียร์ที่เหมาะกับฟันของเรามากที่สุดนั่นเอง 

การคลอดแบบคลอดธรรมชาติกับผ่าคลอดมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

คลอด

ในปัจจุบันนี้เรื่องของการคลอดลูกในสมัยนี้นั้นก็จัดว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญสำหรับเราเองอย่างที่สุดเลยเพราะว่าในเรื่องของการคลอดลูกนั้นก็เป็นเรื่องที่เราจะละเลยไม่ได้เพราะถ้าหากเราละเลยไปแล้วนั้นอาจจะทำให้เราไม่มีความสุขกันได้อย่างยิ่งด้วยและแน่นอนว่าหากเราได้รู้จักที่จะให้ความสนใจกับเรื่องของการคลอดลูกเราก็จะต้องหาข้อมูลก่อนว่าเราจะคลอดแบบไหนดีเพื่อประกอบการตัดสินใจในการคลอดได้ดียิ่งขึ้นด้วย และแน่นอนว่าในเรื่องของการคลอดลูกนั้นอย่างการคลอดลูกแบบธรรมชาติจะเป็นการคลอดที่ฟื้นตัวได้เร็วเพราะฉะนั้นเราจึงควรที่จะต้องมีความกล้าก่อนอันดับแรกเพราะการคลอดแบบธรรมชาตินั้นเราจะต้องออกแรงเบ่งเพื่อให้ร่างกายของเรานั้นได้เบ่งคลอดเด็กออกมาด้วย เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ดีอย่างมากที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและใส่ใจกันอย่างที่สุดเพราะฉะนั้นในเรื่องของการคลอดแบบธรรมชาตินั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีต่อตัวเราเองเพราะเราก็จะได้รับรู้ถึงการคลอดแบบธรรมชาติที่เจ็บปวดและเราก็จะยิ่งมีความสุขด้วยนั้นเอง การคลอดลูกนั้นก็เป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องใส่ใจให้มากๆด้วยเพราะอย่างน้อยการที่เราได้ใส่ใจก็จะทำให้เรานั้นได้เป็นคนที่มีความสุขได้อย่างมากมายด้วยและได้เห็นอีกหนึ่งชีวิตที่เติบโตขึ้นมากันอย่างยิ่งด้วย และในส่วนของการคลอดแบบผ่าคลอดนั้นอันนี้จะต้องมีการบล็อคหลังก่อนโดยการฉีดยาเข้าไปที่ไขสันหลังนั้นเองจึงทำให้เกิดความเสียวขึ้นมาบ้างแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่อันตรายอะไรเพราะก็จะมีวิสัญญีแพทย์มาช่วยในการควบคุมปริมาณยาให้พอดีกับร่างกายของเราด้วยนั้นเอง และเรื่องนี้จึงจัดว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยเพราะว่าในเรื่องของการคลอดลูกนั้นเราก็ควรที่จะต้องเลือกคลอดลูกกับสิ่งที่เราสะดวกด้วยจึงจะยิ่งส่งผลที่ดีให้กับตัวเราเองอย่างมากมายที่สุดเลย หากเราได้รู้จักที่จะให้ความสนใจและใส่ใจกับเรื่องของการคลอดลูกแล้วก็อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งในการตัดสินใจก็ได้ว่าเราอยากที่จะลองคลอดลูกแบบไหนถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามเกณฑ์ทุกอย่างก็จะยิ่งส่งผลที่ดีกับตัวเราเองได้อีกด้วย สิ่งนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับตัวเราเองอย่างมากมายเลยที่เราก็จะต้องอย่ามองข้ามไปเลยจึงจะดีอย่างมากมายด้วย

แชร์ความรู้เรื่องเวชศาสตร์ฟื้นฟูคืออะไร ช่วยรักษาอะไรได้บ้าง ?

เวชศาสตร์ฟื้นฟู

                เชื่อว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้คงกำลังให้ความสนใจ และเคยได้ยินคำว่า เวชศาสตร์ฟื้นฟู กันมาบ้างอยู่แล้ว วันนี้เราจึงขอมาแชร์ความรู้เรื่องนี้แบบเจาะลึก ในแบบฉบับที่คุณอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษาสุขภาพของคุณ และคนที่คุณรักได้ เวชศาสตร์ฟื้นฟู คืออะไร                 เวชศาสตร์ฟื้นฟู คือ การรักษาสาขาหนึ่งในทางการแพทย์ ที่มุ่งเน้นเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วยให้กลับมาสู่สภาพเดิม และให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด การรักษาแบบนี้เป็นการป้องกันไม่ให้อาการไม่พึงประสงค์ของผู้ป่วยเกิดขึ้นซ้ำ และยังช่วยลดภาวะแทรกซ้อนได้ดีอีกด้วย โดยจะมีขั้นตอนการรักษาตั้งแต่ … เนื่องจากเวชศาสตร์ฟื้นฟู สามารถรักษาได้ครอบคลุมหลายโรค หลายอาการของผู้ป่วย จึงทำให้การรักษาแบบนี้ จำเป็นต้องเกิดจากการร่วมมือกันของทีมงานหลายหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ นักจิตวิทยา