เวชศาสตร์ฟื้นฟู

                เชื่อว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้คงกำลังให้ความสนใจ และเคยได้ยินคำว่า เวชศาสตร์ฟื้นฟู กันมาบ้างอยู่แล้ว วันนี้เราจึงขอมาแชร์ความรู้เรื่องนี้แบบเจาะลึก ในแบบฉบับที่คุณอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษาสุขภาพของคุณ และคนที่คุณรักได้

เวชศาสตร์ฟื้นฟู คืออะไร

                เวชศาสตร์ฟื้นฟู คือ การรักษาสาขาหนึ่งในทางการแพทย์ ที่มุ่งเน้นเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วยให้กลับมาสู่สภาพเดิม และให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด การรักษาแบบนี้เป็นการป้องกันไม่ให้อาการไม่พึงประสงค์ของผู้ป่วยเกิดขึ้นซ้ำ และยังช่วยลดภาวะแทรกซ้อนได้ดีอีกด้วย โดยจะมีขั้นตอนการรักษาตั้งแต่ …

  • การตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อประเมินอาการ
  • การให้คำแนะนำในการรักษา
  • การรักษาด้วยยา
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือ การทำกายภาพบำบัด หรือการออกกำลังกายตามความเหมาะสม เช่น การฉีดสเตียรอยด์, การฝังเข็ม, Shock wave, Laser Therapy หรือ Ultrasound Diathermy เป็นต้น

เนื่องจากเวชศาสตร์ฟื้นฟู สามารถรักษาได้ครอบคลุมหลายโรค หลายอาการของผู้ป่วย จึงทำให้การรักษาแบบนี้ จำเป็นต้องเกิดจากการร่วมมือกันของทีมงานหลายหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ นักจิตวิทยา และนักกายภาพบำบัด เป็นต้น เพื่อให้การรักษาออกมาครบถ้วนกระบวนการ และทำให้ได้ผลลัพธ์ของผู้ป่วยที่สมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง จึงทำให้โรงพยาบาลใหญ่ ๆ หรือสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำหลายที่ ต้องจัดตั้งแผนกนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยได้อย่างตรงจุด

ผู้ป่วยกลุ่มใด จำเป็นต้องรักษาแบบเวชศาสตร์ฟื้นฟู

                มาดูกันเลยว่าตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรัก มีอาการป่วยที่เข้าข่ายในการจะต้องรักษาแบบเวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือไม่

  • ออฟฟิศซินโดรม
  • ปวดเมื่อย และตึงกล้ามเนื้อเรื้อรัง
  • ผู้ป่วยที่ต้องฟื้นฟูร่างกายหลังจากการผ่าตัด
  • ผู้ป่วยที่ต้องนั่งรถเข็นเป็นเวลานาน
  • ความผิดปกติของระบบประสาท
  • ความผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ
  • ความผิดทางระบบหัวใจ
  • มีความผิดปกติของกระดูก เอ็น และข้อ
  • ผู้ป่วยที่มีพัฒนาการช้า
  • อาการกระดูกทับเส้น
  • อาการอ่อนแรง และอาการชาตามร่างกาย
  • ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ
  • อาการและโรคอื่น ๆ ที่แพทย์เฉพาะทางวินิจฉัยว่าควรฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย

อย่างที่รู้กันไปแล้วว่าการรักษาแบบเวชศาสตร์ฟื้นฟู เน้นในการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้มากที่สุด โดยรักษาได้ครอบคลุมหลากหลายโรค และหลายอาการ ที่สามารถรักษาได้หลายวิธี และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณได้รับวินิจฉัยจากแพทย์ว่าควรได้รับการรักษาโดยวิธีนี้ ทางเราก็ขอให้การรักษาของคุณผ่านไปได้ด้วยดี และอย่าลืมปฏิบัติตนตามแพทย์สั่งให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นการทานยาให้ตรงเวลา หรือการบริหารร่างกายตามท่าที่นักกายภาพบำบัดแนะนำให้ทำอย่างสม่ำเสมอที่บ้าน เพื่อให้ร่างกายของคุณกลับมาแข็งแรงได้เร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Explore More

วิธีการลดน้ำหนักให้ได้ผลดี

วิธีการลดน้ำหนักให้ได้ผล

ด้วยสังคมในปัจจุบันที่การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ทำให้คนในยุคนี้นิยมรับประทานอาหารที่ง่าย รวดเร็ว แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์มากนักอย่างเช่นอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ ที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเลยแถมยังมีไขมันและคอเรสเตอรอลแฝงอยู่ด้วย บวกกับการที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายเพราะชีวิตทำแต่งานขยับตัวน้อย จึงส่งผลให้หนุ่มสาวยุคใหม่นั้นมีปัญหาในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว เมื่อมีน้ำหนักตัวมากขึ้นปัญหาอื่น ๆ ก็จะตามมาไม่ว่าจะเป็นโรคภัยต่าง ๆ รวมไปถึงความไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ของตนเอง โดยในวันนี้เราจะมาบอกถึงวิธีการลดน้ำหนักให้ได้ผลดีและเป็นวิธีที่ยั่งยืนกว่าการอดอาหารเป็นอย่างมากให้ทุกคนได้รู้จักกัน วิธีการลดน้ำหนักให้ได้ผล มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่ช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อย่างยั่งยืนและไม่กลับมาอ้วนได้อีก วิธีแรกในการลดน้ำหนักให้ได้ผลคือการควบคุมอาหาร โดยควบคุมการกินให้กินในปริมาณที่พอดีไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป โดยจัดสัดส่วนของการบิโภคโปรตีนให้เพียงพอสำหรับวัน เนื่องจากโปปรตีนนั้นสำคัญต่อร่างกายหากเราได้รับประทานครบในปริมาณที่ร่างกายต้องการแล้ว เราก็จะไม่หิวบ่อยหรือกินจุกจิกอีกต่อไป และนอกจากเราจะคุมปริมาณอาหารแล้วเราสามารถซอยมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อยประมาณ 4-5 มื้อต่อวันแทนการทาน 3 มื้อแบบเดิม ซึ่งการแบ่งมื้ออาหารจะทำให้เราทานได้บ่อยและน้อยลง  เมื่อควบคุมการรับประทานให้พอดีแล้ว หากอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีก็ต้องมีการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

ทำความรู้จักกับ Hospice

hospice

เชื่อได้เลยว่าหากกล่าวถึงคำว่า Hospice หลายๆ คนคงไม่ได้เคยได้ยินมาก่อน ซึ่งคำว่า ฮอสพิซ นั้นก็อาจเรียกโดยรวมๆ ว่าการดูแลผู้ป่วยให้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ซึ่ง Hospice ไม่ได้มีมาในยุคนี้สมัยนี้เท่านั้น หากแต่ว่ามีมาเป็นเวลานาน อาจจะกล่าวได้ว่ามีมาตั้งแต่สมัยโลกยุคโบราณเลยก็ว่าได้ ซึ่งมาทำความรู้จักกับ Hospice ไปพร้อมๆ กันเลย  ต้นกำเนิดของฮอสพิซ  สำหรับต้นกำเนิดของฮอสพิซนี้มีมาตั้งแต่สมัยยุคยุโรปโบราณ โดยแต่ก่อน เวลาที่คนในยุคนั้นป่วย ก็จะมีการพาไปยังสถานพักฟื้น ซึ่งมักจะเป็นชนบทที่มีอากาศเย็นสบายเป็นหลัก และผู้ป่วยก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น อย่างไรก็ดีเมื่อผ่านมาจนถึงยุคปัจจุบัน วิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้ากว่าเดิม มีการคิดค้นทั้งยา และเทคโนโลยีนวัตกรรมการรักษา อันจะเป็นการยื้อชีวิตผู้ป่วยให้ยาวกว่าเดิม

เจลทาแผลเป็น แบรนด์ไหนดี 2026 เลือกลดคีลอยด์ด้วยนวัตกรรมที่มีงานวิจัยรองรับ

Strataderm งานวิจัยรองรับ

หากต้องการผลลัพธ์ที่มั่นใจได้ในการรักษาแผลเป็นนูนและคีลอยด์ ควรพิจารณาเลือกใช้ซิลิโคนเจลทางการแพทย์ที่มีผลการวิจัยทางคลินิกรองรับอย่างแบรนด์ Strataderm ซึ่งมีกลไกในการปรับสภาพรอยนูนแข็งให้เรียบเนียนขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาสารสกัดอย่างวิตามินซีที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในผู้ที่มีผิวบอบบาง เมื่อเกิดบาดแผลลึกถึงชั้นหนังแท้ ไม่ว่าจะเป็นแผลจากอุบัติเหตุ แผลไฟไหม้ หรือแผลผ่าตัด ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาประสานรอยแยก แต่ความผิดปกติของกระบวนการนี้มักนำไปสู่แผลเป็นนูน (Hypertrophic scar) และแผลคีลอยด์ (Keloid) ที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นและมีสีคล้ำ การตัดสินใจว่า เจลทาแผลเป็น ยี่ห้อไหนดี จึงไม่ควรประเมินแค่จากรีวิวทั่วไป แต่ควรเจาะลึกไปถึงผลการทดสอบทางการแพทย์ เพื่อให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยอย่างแท้จริง เทียบสเปกเจลลดรอยแผล: ไอเทมไหนมีดีอย่างไร? ในตลาดยาและเวชสำอางมีผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลหลากหลายรูปแบบ การพิจารณาจุดแข็งและข้อจำกัดของแต่ละแบรนด์อย่างละเอียด จะช่วยให้เรามองเห็นความแตกต่างของกลไกการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรามากที่สุด ชื่อผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้งาน จุดเด่นด้านการดูแลรอยแผล